ชมรมครูคาทอลิกลาซาลนครสวรรค์

 "ทุกคนได้กินจนอิ่ม " ลก 9:17
 

วาติกัน...จิ๋วแต่แจ๋ว

หากจะยกตัวอย่างถึงคำว่า "จิ๋วแต่แจ๋ว"เชื่อว่า "วาติกัน" น่าจะเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด เพราะ "นครวาติกัน" เป็นรัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลก มีพื้นที่เพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ภายในกรุงโรม ของประเทศอิตาลี แต่ในพื้นที่เล็กๆ ไม่ถึงหนึ่งตารางกิโลเมตรนี้กลับเต็มไปด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สวยงามมี คุณค่ามากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวต้องใช้เวลาชื่นชมเป็นวันๆ ภายในนครเล็กๆ แต่ล้ำค่าแห่งนี้
นครวาติกันถือเป็นดินแดน ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตะปาปา ประมุขสูงสุดของศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก และเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดในนครรัฐวาติกัน ทั้งทางด้านนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ โดยสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ปัจจุบันคือ "สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16" ซึ่งทรงได้รับเลือกตั้งและทรงเข้าพิธีรับตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2548 นี่เอง
ตามปกตินครรัฐวาติกันก็เป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวหลายล้านคนอยู่แล้ว และยิ่งเมื่อมีภาพยนตร์เรื่อง Angels & Demons หรือเทวากับซาตาน ที่มีเนื้อหาแทบทั้งเรื่องเกี่ยวข้องกับวาติกันออกฉายไป ก็ยิ่งทำให้ใครหลายๆ คนอยากไปสัมผัสนครวาติกันด้วยตนเอง
        
 อาณาเขต ของนครรัฐวาติกันนั้น ประกอบไปด้วยวังวาติกัน ซึ่งหมายรวมถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ พิพิธภัณฑ์วาติกัน หอสมุดวาติกัน และที่ประทับของพระสันตะปาปา นอกจากนั้นก็ยังมีวังกัสเตลกันดอลโฟ (Castelgandolfo) ซึ่งเป็นที่ประทับฤดูร้อน

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (Basilica of Saint Peter) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน มหาวิหารแห่งนี้สร้างทับวิหารหลังเดิม ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญเปโตร อัครสาวกที่มีความสำคั ญที่สุดท่านหนึ่งของพระเยซูคริสตเจ้า และยังเป็นพระสันตะปาปาองค์แรก จึงเป็นประเพณีต่อมาที่พระศพของพระสันตะปาปาองค์ต่อๆมาก็จะฝังไว้ที่นี่ด้วย เช่นกัน

                    และ เมื่อได้เข้าไปด้านในมหาวิหาร ก็จะได้พบกับความอลังการของตัววิหารและการตกแต่ง ภายใน อันเป็นผลงานการออกแบบและสร้างสรรค์ของมีเกลลันเจโล หรือไมเคิลแองเจโล จิตรกร ประติมากร และสถาปนิกชั้นเอกของอิตาลี ผู้มีส่วนสำคัญในการสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์แห่งนี้ โดยเฉพาะ ส่วนที่เป็นยอดโดมของมหาวิหารอันงดงามเป็นเอกลักษณ์สามารถเห็นได้แต่ไกลใน ตัวเมืองโรม
 นอก จากนั้น ภายในวิหารก็ยังมีผลงานชิ้นเอกของเขา นั่นก็คือ "ปีเอต้า" (Pieta’) ประติมากรรมหินอ่อน ขนาดสูง 5 ฟุต 9 นิ้ว รูปพระนางมารีย์ประทับนั่งบนแท่นหิน บนตักมีพระศพของพระเยซูที่ถูกนำลงจากไม้กางเขนพาดอยู่บนตัก เป็นประติม ากรรมที่มิเกลลันเจโลสร้างขึ้นตามสัญญาว่าจ้างจากสำนักวาติกันเพื่อให้มา ประดิษฐานที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ รูปแกะสลักชิ้นนี้ใช้เวลาสร้างถึ ง 7 ปี ในขณะที่มีเกลันเจโลอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น แต่ผู้ที่ได้ชมต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือเป็นรูปสลักหินอ่อนที่มี ความงดงามและสมจริงอย่างน่ามหัศจรรย์

เมื่อมาที่วาติกันแล้วต้องไม่พลาดชม "พิพิธภัณฑ์วาติกัน" เพื่อชมงานศิลปะที่สะสมมาเป็นเวลาหลายร้อยปี จัดแสดงตามช่วงเวลาตามยุคของคริสต์ศาสนา ตั้งแต่สมัย Greek & Roman จนมาถึง Early Christian การมาชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต้องเผื่อเวลาไว้มากๆ เพร าะนอกจากพิพิธภัณฑ์จะกว้างใหญ่หลายห้องแล้ว งานศิลปะแต่ละชิ้นก็ล้วนแต่เป็นผลงานชั้นครูทั้งสิ้น โดยห้องแสดงศิลปะที่โดดเด่นก็เช่น “ห้องราฟาเอล” ชมภาพ The School of Athens ผลงานของราฟาเอล ที่มีภาพใบหน้าของผู้วาดเองปะปนอยู่ในกลุ่มนักปราชญ์กรีกในภาพด้วย ภาพนี้ถูกแสดงอยู่ที่ Room of Segnatura ซึ่งเป็นห้องหนึ่งในห้องราฟาเอล

             และส่วนหนึ่งที่น่าสนใจของพิพิธภัณฑ์วาติกันก็คือ "Sistine Chapel” เพราะว่าการเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่ก็จะทำพิธีเลือกตั้งกันที่นี่นั่น เอง ภายใน Sistine Chapel นั้นมีผลงานศิลปะล้ำค่า คือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ใช้เทคนิคแบบภาพเฟรสโก้ หรือการวาดภาพลงบนปูนเปียก โดยมีภาพวาดทั้งบนเพดานและบนผนังของโบสถ์ โดยมีเกลลันเจโลได้ฝากฝีมือขั้นเทพไว้ในโบสถ์แห่งนี้โดยเป็นภาพจิตร กรรมบนเพดาน เป็นภาพฉากเก้าฉากจากหนังสือปฐมกาลซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างโลกของ พระเจ้า ใน 9 ภาพนี้ ภาพที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดคือภาพกำเนิดอาดัม (Creation of Adam) ใครที่อยากจะชมให้ได้รายละเอียดก็ต้องแหงนหน้ากันนานหน่อย

              อีกภาพหนึ่งซึ่งเป็นฝีมือของมีเกลลันเจโลอีกเช่นกัน และเป็นภาพที่ได้ความสนใจมากที่สุด นั่นก็ คือภาพการพิพากษาครั้งสุดท้าย (The Last Judgment) ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่ด้านหลังพระแท่นที่ใช้เวลาวาดนานถึง 6 ปี และวาดขึ้นหลังจากการเขียนเพดาน Sistine Chapel ถึงสิบปี และนอก จากนั้นภายในวัดน้อยแห่งนี้ก็ยังมีภาพเขียนอื่นๆ ที่เขียนโดยกลุ่มจิตรกรชั้นนำของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาอิตาลีของคริสต์ศตวรรษ ที่ 15 เช่น บอตติเชลลี และเปรูจิโน และพรมทอแขวนผนังชุดใหญ่โดยราฟาเอล

              กระนั้นก็ดี สิ่งที่สำคัญที่สุดของ นครรัฐวาติกัน ไม่ใช่เป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะแขนงต่าง ๆ แต่เป็น “ศูนย์กลางแห่งความเชื่อ” ความเชื่อที่ว่า พระเยซูคริสตเจ้าได้ทรงบังเกิดมาเป็นมนุษย์ ทรงประกาศข่าวดีแห่งความรอดเรื่องอาณาจักรสวรรค์ ทรงสิ้นพระชนม์ และเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพ และนี่คือ “วาติกัน... จิ๋วแต่แจ๋ว”

เขียนบทความเมื่อ : วันที่ 13 เดือน มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 03:18:24 น.
 
 
 Untitled Document
ชมรมครูคาทอลิกลาซาลนครสวรรค์(LANCAT)
18 ถ.โกสีย์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000 โทร. 0-5621-2126 โทรสาร 0-5621-4955

Webmaster : lasallecatholic@gmail.com
Design by La Salle Development Team (LSDT)